รีวิว: Sarto Dinamica

ปีที่แล้วผมได้ยินว่าจะมีคนนำจักรยาน Sarto เข้ามาขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการก็แปลกใจนิดหน่อย เพราะไม่ใช่แบรนด์ที่คนรู้จักมากเท่าไรเลยสงสัยว่ามันปั่นดีอย่างที่เล่าต่อกันมาจนเป็นตำนานหรือเปล่า ที่ว่า Sarto ผลิตจักรยานให้นักจักรยานอาชีพชื่อดังหลายคนทั้งๆ ที่ทีมมีจักรยานยี่ห้ออื่นเป็นสปอนเซอร์

แน่นอนเรื่องแบบนี้ไม่ค่อยมีแล้วในสมัยนี้ด้วยเทคโนโลยีการผลิตจักรยานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่การที่ Sarto — แบรนด์ที่ผลิตจักรยานแข่งขันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ยังคงอยู่ได้และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็น่าจะบอกถึงคุณภาพของสินค้าเขาได้ไม่น้อย

Sarto Bicycles จิตวิญญาณของจักรยานอิตาลี

Sarto เข้าข่าย “จักรยานที่เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยเห็นตัวจริงและไม่รู้จักเลย” ในไทยนี่แทบไม่มีครับ เคยเห็นคนหิ้วเข้ามาบ้างแต่ก็น้อย ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะ Sarto ผลิตจักรยานปีละไม่กี่พันคัน เมื่อเทียบกับ Trek ที่ขายปีละเกือบสองล้านคันแล้วก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมไม่มีใครปั่นผ่านตาให้เห็นบ้าง แน่นอน ด้วยปริมาณผลิตที่ไม่มาก ราคาค่าตัว Sarto ก็ค่อนข้างเอาเรื่องเหมือนกัน คันที่ถูกที่สุดที่มีขายในไทยคือเจ้า Dinamica ที่เรารีวิวกันวันนี้ แต่สตาร์ทที่ประมาณ 130,000 บาท

จัดว่า Sarto เป็นแบรนด์ “บูทีค” ก็ว่าได้ครับ ผลิตน้อย เน้นคุณภาพ เน้นความ exclusive จักรยาน Sarto ทุกรุ่นคุณสามารถสั่ง “ตัด” custom geometry ให้เข้ากับขนาดตัวได้หากไซส์มาตรฐานจากโรงงานทั้ง 7 ไซส์ (XXS-XXL) ไม่พอดีตัว และถ้าลวดลาย 8 แบบที่มีให้เลือกไม่ตรงใจก็สามารถสั่งทำสีได้อย่างที่ต้องการ

Sarto Dinamica SE-1-2
Sarto Asola ในงาน Eurobike 2014

ก่อนจะเทสต์คันนี้ จริงๆ แล้วผมเคยได้ลองปั่น Sarto มาแล้วเมื่อสองปีก่อนในงาน Eurobike ที่เยอรมัน แต่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่ามันคือจักรยาน Sarto เพราะมันเป็นจักรยานที่บูท Campagnolo เตรียมไว้ให้คนทดสอบล้อและกรุ๊ปเซ็ตของเขา มารู้อีกทีปรากฏว่า Campy ให้ Sarto ทำรถเดโม่ให้ (แต่ไม่แปะชื่อแบรนด์) ตอนที่ลองล้อ Bora Ultra 35 กับ Campy Super Record นี่ชอบฟีลจักรยานมากกว่าอะไหล่ Campy ที่เทสต์ซะอีก รถเบา เร่งดี นุ่มและขี่สนุกมาก ขนาดที่ต้องกลับมาถามพนักงานที่บูทว่านี่เฟรมอะไร…ขายหรือเปล่า? พนักงานก็กวนเหลือเกิน บอกว่า “ความลับ”… แหม่ มารู้ทีหลีงว่ามันคือ Sarto รุ่น Asola นั่นเอง

แต่ตอนนี้ได้เทสต์ Sarto จริงๆ จังๆ แล้วครับ เพราะที่ไทยมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว คันที่เราได้ลองคือ Sarto Dinamica มาดูกันดีกว่าว่า Dinamica นี่เป็นรถแบบไหน มีคาแรคเตอร์ยังไง

tube-to-tube
กระบวนการผลิตเฟรมคาร์บอนแบบ tube-to-tube ที่ Sarto ใช้อาจจะดูแปลกในยุคสมัยที่การใช้แม่พิมพ์ (bladder mold) เป็นมาตรฐานของวงการ แต่การเชื่อมท่อคาร์บอนเข้าด้วยกันโดยใช้ผ้าคาร์บอนและอีพ็อกซี่ก็มีข้อดีหลายประการ มันทำให้โครงสร้างแข็งแรงกว่าการเชื่อมเฟรกแบบต่อข้อ lug และผู้ผลิตสามารถจูนฟีลลิ่งของเฟรมได้ละเอียดเพราะท่อและข้อต่อเป็นวัสดุเดียวกัน และสามารถทำจักรยานได้ไม่จำกัดไซส์เพราะขนาดเฟรมไม่ได้ถูกจำกัดด้วยแม่พิมพ์

จุดเด่นของจักรยาน Sarto ทุกคัน และผลิตด้วยกระบวนการเอาท่อคาร์บอนมาเชื่อมต่อกัน หรือที่เราเรียกว่า tube-to-tube ผิดกับจักรยานส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ที่ทำจากโมลด์ (แม่พิมพ์) แบบ monocoque

จุดเด่นของวิธีนี้คือการที่ผู้ผลิตสามารถตัดท่อส่วนต่างๆ ของจักรยานได้ตามต้องการ ทำให้การทำรถ custom ตามขนาดตัวของลูกค้าสะดวก เพราะการผลิตแบบ monocoque ไซส์ที่จะได้ตายตัวในทุกสัดส่วน อยากได้พิเศษก็ต้องทำแม่พิมพ์ใหม่ซึ่งมีราคาแพง

วิธีการเชื่อมแบบ tube-to-tube จะต่างจากการต่อข้อ lug (เหมือนรถเหล็กสมัยก่อน และ Colnago/ Parlee รุ่นใหม่ๆ) ตรงที่จะไม่มี lug เป็นตัวประสานท่อ แต่จะเชื่อม (bonding) ท่อเข้ากันโดยตรง แล้วทำ laminate เพิ่มส่วนที่ท่อประกบกันให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นอีกที

Sarto ยังบอกอีกว่าเรซิ่นที่คงเหลือบริเวณข้อต่อ (joint) ยังช่วยลดแรงสะเทือนได้ดีกว่าเฟรมแบบ monocoque โดยที่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักแต่อย่างใด

เฟรม Dinamica ไซส์ S น้ำหนักเพียง 880g สูสีกับเฟรมน้ำหนักเบาไฮเอนด์หลายๆ แบรนด์และเฟรม Sarto ที่เบาที่สุดรุ่นน้ำหนักต่ำกว่า 700g

Tensile_Strength-1
ชาร์ทเปรียบเทียบคุณสมบัติเกรดคาร์บอนไฟเบอร์ของ Toray

ท่อต่างๆ ของเฟรม Dinamica ใช้เส้นใยคาร์บอน M46J จาก Torayca และทำ finishing ด้วยการ laminate ลายคาร์บอน 3K คันที่เราทดสอบลงสีด้านมา เน้นโชว์ลายคาร์บอนด้านในแบบชัดๆ

เฟรม Dinamica มีค่าความสติฟที่ 130N/mm เป็นเฟรมที่สติฟที่สุดในไลน์อัปเสือหมอบ Sarto

นอกจากสีสันและไซส์ที่สั่งทำพิเศษได้แล้ว เรายังเลือกได้อีกว่าอยากได้หลักอานแบบไหน จะเป็น integrated เสากระโดงหรือจะเป็นแบบใช้หลักอานแยกก็ได้ มาตรฐานกระโหลกก็เลือกได้ว่าจะเป็น BSA, BB30, Pressfit 386 และเลือกขนาดซางได้ด้วย ส่วนเฟรมไซส์มาตรฐานจะมากับซางขนาด 1” 1/8 และกระโหลกแบบ Pressfit 86.5

ตามดีไซน์แล้ว Dinamica เป็นเฟรมทรง traditional นั่นคือเน้นปั่นได้ทุกเส้นทางทุกสถานการณ์ ไม่เน้นลู่ลมหรือเบาเป็นพิเศษ (แต่ก็เบาใช้ได้อยู่) รูปทรงท่อต่างๆ ก็เป็นแบบมาตรฐานทั่วไปครับ ที่เน้นท่อขนาดใหญ่ กลมรี ให้ส่งแรงได้ดี ท่อล่างจะกลมๆ เป้งๆ ส่วนท่อนอนด้านบนเป็นทรงรี เชนสเตย์เป็นทรงรีตรงที่เชื่อมกับกระโหลกแล้วป้านออกเป็นสี่เหลี่ยมที่ด้านหลังช่วยเพิ่มความสติฟ

Sarto Dinamica SE-14

Review

Screen Shot 2559-03-22 at 2.39.29 PM
ตารางไซส์

ตาราง geometry ที่ Sarto ให้มาบอกไม่ค่อยละเอียดและดูยากสักหน่อย แต่โดยรวมแล้ว Dinamica สัดส่วนมาในแนวรถแข่ง องศาท่อนั่งชัน (XS – 75 องศา) ท่อนอนไม่ยาวมากนักแต่ก็ไม่สั้นซะทีเดียว ท่อคอค่อนข้างสั้น ไม่ถึงกับขี่ยากและเซ็ตให้นั่งได้สบายพอสมควร ไม่ก้มต่ำมากเหมือนรถแอโรสมัยใหม่

Sarto Dinamica SE-19
ห้องกระโหลกมีขนาดไม่ใหญ่เหมือนดีไซน์จักรยานแบบ all-round ร่วมสมัย แต่ให้การตอบสนองแรงที่ดีใช้ได้ที่ความเร็วสูง

การตอบสนองแรง 4/5

ดูจากดีไซน์รถแล้ว เราอาจจะคิดว่ามันเป็นเหมือนพวก super lightweight bike ที่เน้นน้ำหนักเบา สติฟ พุ่งกระชาก สไตล์รถแข่ง แต่พอได้ลองแล้วกลับไม่ใช่แบบนั้น

Dinamica ให้ฟีลนุ่มและไหล มากกว่า พุ่งและแข็ง ไม่ใช่ว่าตัวเฟรมให้ตัวจนย้วย กระทืบไม่ไป ในส่วนความสติฟนั้นทำได้ดี เพียงแค่ว่ารถไม่ได้ออกแบบมาให้เน้นการตอบสนองแรงแบบทันท่วงทีเหมือนรถแข่งสมัยใหม่ แต่จะมีจังหวะหน่วงเล็กน้อย มันจะให้อารมณ์จักรยานหรูๆ ไม่บู๊มาก แต่ถ้าจะลุกขึ้นสปรินต์กระชากที่ความเร็วสูง ก็ตอบสนองแรงได้ทันท่วงทีครับ จะหน่วงก็แค่ช่วงสปีดต้นที่ความเร็วต่ำๆ

จังหวะขึ้นเขา ขึ้นเนินชันก็ไม่แย่ อาจจะเหมาะกับสไตล์การปั่นคงความเร็วมากกว่าที่จะลุกขึ้นกระชากสาดกระสุนยกหนีกลุ่มหลายๆ ครั้ง ตรงนี้รถมีความคล่องตัวดี ปราดเปรียวในแบบที่จักรยานแนว all round / ไต่เขาเป็นกัน

Sarto Dinamica SE-11
ขาตะเกียบหน้ารูปทรงแบนออกไปในแนวทรงของตะเกียบเฟรมแอโร

ฟีล 5/5 

ข้อดีของดีไซน์แบบนี้คือ เป็นรถที่ขี่สบายมาก ซับแรงสะเทือนได้หมดเกลี้ยง ซึ่งจะต่างกับรถซิ่งสายเบาตรงที่ รถพวกนี้ด้วยความสติฟมากๆ ฟีดแบ็คจากถนนมันจะมาเป็นลูกๆ เลย ไม่ใช่สั่นกระพือ แต่เราจะรู้สึกฟีลถนนได้แบบละเอียดๆ มันไม่ใช่ข้อดีหรือข้อเสียครับ แค่เป็นสไตล์ของมัน สำหรับ Dinamica จะไม่เก็บรายละเอียดฟีดแบ็คถนนขนาดนั้น ทำให้เวลาปั่นทางที่ไม่เรียบมากมันจะสมูทไหลสบายมือ ไม่เหนื่อยหรือสะเทือนมากนัก

การบังคับควบคุม มั่นคงและให้ความรู้สึก “ฐานแน่น” ตามสไตล์รถอิตาลี เข้าโค้งได้นิ่ง ให้ความมั่นใจดี โดยเฉพาะเวลายกสปรินต์ที่ความเร็วสูง

Sarto Dinamica SE-9
เฟรมรองรับล้อและยางได้กว้างถึง 28mm

ความสวยงาม

ท้ายสุด Sarto เลือกเปลือยโชว์ลายคาร์บอน 3K และเคลือบด้านมา เรื่องดีไซน์ ลวดลายสีสันดูธรรมดา (ส่วนตัว) ซึ่งก็บ่งบอกความเป็นรถโรงงาน คืองานออกแบบเรียบๆ ไม่หวือหวาออกไปทางน่าเบื่อ แต่ตรงนี้ก็แก้ได้ด้วยการสั่งทำสีเอง ซึ่งก็ต้องจ่ายเพิ่มครับ ทั้งนี้การเก็บงานนั้นทำได้ดีมาก ลงสีเนียนและผิว finish ดูเป็นงานทำมือ ซึ่งหาดูไม่ค่อยได้ในเฟรม mass production ที่มีขายกันทั่วไป

อีกจุดเด่นของเฟรม Dinamica คือเบรคหลังที่มีจุดยึดรูปตัว Y ดูคล้ายๆ ง่ามไม้ เผินๆ เหมือนจะเป็นกิมมิค เพิ่มความสวยงามแต่ไม่มีประโยชน์ แต่จริงๆ แล้วมันมีข้อดีครับคือเสริมความมั่นคงให้กับการยึดก้ามเบรค เวลากำเบรคเพื่อห้ามล้ออย่างรุนแรง ก้ามเบรคก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ลดแรงสั่นสะเทือนหรือเสียงที่ชอบดัง ของเบรคหลังได้ดี ที่สำคัญฟิลลิ่งการควบคุมแรงกำเบรคที่ส่งผ่านมาที่มือก็ทำได้ละเอียดขึ้นด้วย เป็นดีไซน์เล็กๆ น้อยๆ ที่มีผลต่อการใช้งาน[/vc_column_text][vc_column_text][infobox subtitle=”

Frameset: Sarto Dinamica Size XS
Groupset: Shimano Dura-Ace 9000
Crank: Miche
Brake: Miche
Wheels: Oseous + Continental GP4000s
Cockpit: 3T Aeronova
Seatpost: 3T
น้ำหนัก (รวมบันได): 6.9kg

Brake Bridge รูปตัว Y ช่วยเรื่องฟีลลิ่งการเบรคล้อหลังได้ดีทีเดียว
Brake Bridge รูปตัว Y ช่วยเรื่องฟีลลิ่งการเบรคล้อหลังได้ดีทีเดียว
วิธีเดินสายเบรคหลังของเฟรม Dinamica เลือกปล่อยสายออกด้านบนของท่อนอน จุดที่ปล่อยสายทำได้เรียบร้อยดี
วิธีเดินสายเบรคหลังของเฟรม Dinamica เลือกปล่อยสายออกด้านบนของท่อนอน จุดที่ปล่อยสายทำได้เรียบร้อยดี
Sarto Dinamica SE-7
จักรยาน Sarto ทุกคันผลิตในโรงงานในเมือง Veneto ที่อิตาลี

สรุป

Sarto Dinamica เป็นเฟรมที่มีคาแรคเตอร์การปั่นค่อนข้างชัดเจน อาจจะไม่โดนใจสายขาบู๊ที่ชอบซิ่ง กระชากหนีกลุ่มบ่อยๆ ถ้าจะให้เทียบ คงเป็นอารมณ์ประมาณผู้ใหญ่สุขุมลุ่มลึก ประสบการณ์เจนโลก ไม่ห้าวเหมือนวัยรุ่น แต่เมื่อต้องงัดข้อกันจริงๆ ก็พร้อมรบไม่แพ้เด็ก อัตราเร่งคงกินเด็กไม่ลง แต่ถ้าจะสู้กันระยะทางไกลๆ Dinamica จะเริ่มโชว์จุดเด่นที่ซับแรงสะเทือนได้ดี ขี่สบาย และให้ความมั่นใจในการรีดพลังทั้งสปรินต์และดิ่งลงเขา

หน้าตา ลวดลายก็มาแนวผู้ใหญ่เช่นกันครับ เก็บงานเนี้ยบๆ สีเรียบๆ สะท้อนความเป็น craftman ของบริษัทที่สั่งสมประสบการณ์มานานหลายปี

แน่นอนคาแรคเตอร์แบบนี้ก็มากับราคาที่ไม่ใช่ทุกคนจะจับต้องได้ และไม่ได้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มาอวดอ้างสรรพคุณอะไรมากมาย แต่เป็นการทำดีไซน์เก่าที่ดีอยู่แล้วให้ดีที่สุดมากกว่า โดยรวมแล้วเป็นรถที่ผมชอบมากๆ คันหนึ่ง ขี่สนุก ขี่ได้เรื่อยๆ คลาสสิคดีดูไม่ตกรุ่นง่ายเหมือนเสือหมอบแอโรไฮเทคร่วมสมัยครับ

จุดแข็ง

  • ปั่นสบายซับแรงสะเทือนดี
  • น้ำหนักเบา
  • เฟรมเป็นงานทำมือเก็บรายละเอียดดี
  • ตอบสนองแรงดีที่ความเร็วสูง
  • บังคับควบคุมมั่นคง ลงเขามั่นใจ เข้าโค้งคม เร่งออกจากโค้งดี
  • สั่งทำไซส์และสีพิเศษได้

จุดอ่อน

  • ราคาสูง
  • อาจจะไม่พุ่งทันใจในความเร็วต่ำ
  • ลวดลายดูธรรมดา

9/10

ตัวแทนจำหน่าย: CYCAM Bike Shop
ราคา (frameset): 142,300
www.sartoantonio.com

* * *

ดีเทล์ในส่วนจุดยึดตีนผี

ฟิตแบบ long & low แต่ไม่ aggressive เกินไป

By เทียนไท สังขพันธานนท์

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Leave a comment

Your email address will not be published.