Photo: Astana Pro Team

รีวิว Liege-Bastogne-Liege 2019: วันของฟูลก์แซง

“ก่อนจะขึ้นเนินสุดท้าย ผมหันไปดูอลาฟิลลิป…ดูว่าเขาเป็นยังไง เขาหันกลับมาบอกผมว่า – วันนี้ขอให้นายชนะ -”

“ผมหันไปบอกเขาว่าขอบคุณ​และโชคดี…ผมว่าเขารู้ตัวว่าวันนี้เขาคงไม่รอด เนินสุดท้ายมันคงยากเกินไปสำหรับเขา”

ยาค็อบ ฟูลก์แซงให้สัมภาษณ์หลังจบการแข่งขัน Liege-Bastogne-Liege สนามแข่งคลาสสิคที่รู้กันในอีกชื่อว่าเป็นสนามแข่งจักรยานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (106 ปี)


จังหวะนี้เหมือนหนังฮอลลีวู้ดยังไงบอกไม่ถูก แต่ก็เป็นการปิดฉากสนามคลาสสิคปี 2019 ที่เหมาะสมครับ Liege-Bastogne-Liege (LBL) เป็นรายการแข่งวันเดียวในช่วงฤดูใบไม้ผลิสนามสุดท้าย และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในรายการที่ยากที่สุดในปฏิทิน แต่ยากคนละแบบกับสนามถนนหินอย่าง Paris-Roubaix เพราะสนามนี้เต็มไปด้วยเนินชันตลอดระยะทาง 256 กิโลเมตร

ยาค็อบ ฟูลก์แซง (Astana) คว้าชัยชนะที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเขาด้วยการหนีเดี่ยวเก็บแชมป์สนาม LBL ได้เป็นครั้งแรก (LBL เป็นสนาม Classic ระดับ monument) หนีห่างอันดับสอง ดาวิเด ฟอร์โมโล (Bora-Hansgrohe) และอันดับสามแมกซ์ แชคแมน (Bora-Hansgrohe) เข้าเส้นชัยก่อนที่สองเกือบครึ่งนาที

ที่บอกว่าเป็นการปิดฉากที่เหมาะสมก็เพราะใน spring classic ปีนี้ โดยเฉพาะในรายการที่มีเนินชัน มีนักปั่นแค่สองคนที่ดูฟอร์มดีโดดเด่นกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ นั่นก็คือจูเลียน อลาฟิลลิป (Quickstep) ที่พ่ายไปในวันนี้ และยาค็อบ ฟูลก์แซง ซึ่งแพ้อลาฟิลลิปแบบตัวต่อตัวถึงสองครั้งทั้งใน Strade Bianche, Fleche Wallonne และใน Amstel Gold ที่ทั้งคู่หนีไปด้วยกันแต่ดันถูกน็อกเกมโดยแมธธิว แวน เดอ โพลล์ (Correndon-Circus)

ชัยชนะของฟูลก์แซงในวันนี้โชว์ความสามารถของเขาได้สมบูรณ์แบบที่สุด ลองดูวิดีโอไฮไลท์กันก่อน

ถึงเส้นทางจะยาว แต่กลุ่มเบรกอเวย์โดนทีมใหญ่คุมระยะ และถูกจับได้จนหมดก่อนถึงเนินสุดท้าย ซึ่งไมเคิล วูดส์ (EF Education First) อดีตอันดับสองรายการนี้ในปี 2018 เปิดฉากโจมตีเป็นคนแรก

ฟูลก์แซงเป็นคนแรกที่ไล่ตามวูดส์ ซึ่งจังหวะนั้นเราได้เห็นอลาฟิลลิปหลุดกลุ่มทันที นอกจากฟูลก์แซงแล้วก็มีฟอร์โมโล่ นักไต่เขาวัย 26 ปีจาก Bora-Hansgrohe ที่ออกตามคู่หน้า แต่ไม่นานฟูลก์แซงก็สลัดทั้งสองคนหลุด

“ตั้งแต่เห็นเส้นทางผมรู้ว่า ถ้าผมรอให้คนอื่นมาด้วย ผมคงแพ้อีก ผมสปรินต์ไม่ดี ถ้าจะชนะผมต้องไปคนเดียว ถ้ายังไปคนเดียวไม่ได้ผมก็ต้องโจมตีให้คนที่ตามมาหลุด” ฟูลก์แซงกล่าวหลังแข่ง

Credit: Bettini Photo

ทั้งวูดส์และฟอร์โมโลหลุดจากฟูลก์แซงที่ราวๆ 11 กิโลเมตรสุดท้าย จากนั้นฟูลก์แซงเริ่มทำเวลาห่างคู่หลังได้เกินยี่สิบวินาที ด้านหลังกลุ่มไล่มีกลุ่มไล่อีกกลุ่มที่รวมตัวแรงไว้หลายคนเช่น อดัม เยทส์ (Mitchelton-Scott) และ วินเชนโซ นิบาลี (Bahrain-Merida)

“ผมรู้ว่าพอทิ้งทั้งวูดส์และฟอร์โมโล่ได้แล้ว ผมต้องทุ่มหมดตัว คือถ้าไม่ตายก็ต้องชนะ…”

แต่เกมตกอยู่ในมือฟูลก์แซง ด้วยเส้นทางเส้นชัยของสนาม LBL ที่เปลี่ยนจากเดิม จากแต่ก่อนที่จบบนเนินชัน ปีนี้เปลี่ยนมาเป็นทางราบหลังเนินสุดท้าย เขาทำระยะห่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และถึงกลุ่มนิบาลีจะช่วยงานกันดีแต่ก็ไล่ไม่เข้า

ฟูลก์แซงเกือบจะพลาดที่จังหวะลงเขา 4 กิโลเมตรสุดท้าย…

แต่ก็รอดมาได้และเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าชัยชนะลำดับที่ 23 ให้ทีม Astana ประจำฤดูกาล 2019

ผลการแข่งขัน

 

DT วิเคราะห์

Bora-Hansgrohe เซอร์ไพรส์ด้วยผลงานโพเดี้ยมคู่ ปีนี้เรารู้ว่าแช็คแมนฟอร์มดีต่อเนื่องจากที่เขาเก็บแชมป์ถึงสามสเตจรวดใน Tour of the Basque Country สัปดาห์ก่อน และได้ที่ 5 ใน Amstel Gold และ Fleche Wallonne

ส่วนฟอร์โมโล ถ้าใครตามผมลงานเขามาบ้างก็น่าจะพอรู้ว่า เป็นตัวร้ายในสเตจภูเขาแกรนด์ทัวร์หลายครั้ง (เคยชนะสเตจ Giro จากการหนีเดี่ยวในปี 2015) นี่จริงๆ แล้วเป็นรายการที่ทีมอยากให้ซากานชนะ จากเส้นชัยที่เปลี่ยนจากเนินชันมาเป็นทางราบ แต่ดูแล้วทีมคงพึ่งทั้งคู่ได้ในปีถัดๆ ไป

แต่เป็นปีที่ไม่ดีเท่าไรสำหรับอดีตแชมป์รายการนี้ เวาท์ โพลส์ (แชมป์ 2016) คว้าอันดับ 10 เกือบหนึ่งนาทีครึ่งหลังฟูลก์แซง, แดน มาร์ติน (UAE – แชมป์ 2013) และอเลฮาน โดรวาวเวอเด้ (Movistar – แชมป์ 4 สมัย) แข่งไม่จบทั้งคู่ ส่วนแชมป์ 2018 จาก Quickstep บ็อบ ยุงเกลส์ ไม่มาลงแข่ง และฟิลลิป จิลแบร์ (แชมป์ 2011) เข้ามาเป็นอันดับ 58 ช้ากว่าแชมป์รายการเกือบสิบนาที

เป็นไม่กี่สนามในปีนี้ที่ Quickstep แผนพัง ผมว่าทีมเดินเกมผิดไปหลายช็อต เปลืองตัวผู้ช่วยอลาฟิลลิปไปตั้งแต่ช่วงเริ่มเกม แต่ถึงจะบอกอย่างนั้น

ถึงจังหวะสำคัญจริงๆ อลาฟิลลิปก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดพร้อมรับมือคู่แข่ง แต่ก็เอาฟูลก์แซงไม่อยู่เอง – ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะก็ไม่ง่ายเหมือนกันที่เขาจะยืนฟอร์มระดับท็อปลากยาวเกือบสองเดือน (สนามใหญ่แรกที่เขาชนะคือ Strade Bianche ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม)

รวมๆ แล้วเป็น LBL ที่สนุกใช้ได้ แต่ดูจะขาดสีสันไปหน่อยเทียบกับรายการคลาสสิคอื่นๆ ในปีนี้ครับ แต่ก็ได้ผู้ชนะที่เหมาะสม เพราะฟูลก์แซงโชว์ฟอร์มชัดเจนว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในรายการจริงๆ เขารู้จุดอ่อนตัวเองดี แต่ก็ยังดึงเกมให้เข้าทางตัวเองที่สุด และหนีไปชนะคนเดียวได้สำเร็จ

จบซีรีย์สนามคลาสสิคแล้ว ต่อไปก็จะเป็นพวกรายการแข่งสเตจเรซสนามใหญ่ๆ ก่อนจะเริ่ม Giro d’italia แกรนด์ทัวร์รายการแรกของปี ต้นเดือนพฤษภาคมนี้ครับ