เมื่อของที่โปรใช้ “ไม่ดีพอ” เรื่องของทีม AG2R ที่ต้องหักหน้าสปอนเซอร์

ในกีฬาที่ชัยชนะตัดสินกันด้วยเวลาหลักเสี้ยววินาที และชัยชนะต้องพึ่งพิงความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไม่แพ้ตัวนักกีฬา การแข่งจักรยานถนนไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาดของอุปกรณ์ที่นักปั่นใช้

แต่มันกลับเป็นปัญหาใหญ่ของทีม AG2R la Mondiale ที่ต้องเจอสถานการณ์ที่โปรทีมแทบทั้งหมดไม่เคยเจอมาหลายปีแล้ว นั่นคือ “อุปกรณ์ที่ใช้ ไม่ดีพอ” จนต้องหันไปใช้อุปกรณ์จากแบรนด์อื่นที่ไม่ใช่สปอนเซอร์ของทีม

คุณอาจจะคิดว่ากีฬานี้ ทีมต้องใช้อุปกรณ์ที่สปอนเซอร์ให้เท่านั้น ไม่ว่าประสิทธิภาพมันจะเป็นยังไงก็ตาม ในอีกมุม เราอาจจะคิดว่าของที่โปรใช้นั้นก็น่าจะดีเหมือนๆ กันทั้งหมด แต่เรื่องราวที่จะคุยกันวันนี้มันบ่งบอกว่าไม่ใช่แบบที่เราคิดเสมอไปครับ

ถึงทีมอาชีพจะได้เงินจากการสนับสนุนของแบรนด์อุปกรณ์ต่างๆ แต่ถ้าอุปกรณ์เหล่านั้นสร้างปัญหาชวนปวดหัว และมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของนักกีฬาแล้ว ทีมก็ไม่สามารถทนได้เช่นกัน

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ซะทีเดียว DT เคยรายงานไปเมื่อสัปดาห์ก่อนในเพจ Ducking Tiger แต่สองวันก่อนนี้เว็บไซต์ Le Equipe จากฝรั่งเศสก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่ง DT ก็สรุปมาให้ฟังตรงนี้ครับ

 

AG2R x Eddy Merckx (จริงหรือ?)

อย่างที่เราทราบกัน ฤดูกาล 2019  นี้ทีม AG2R จากฝรั่งเศสได้สปอนเซอร์จักรยานรายใหม่ ซึ่งก็คือแบรนด์ Eddy Merckx  แต่สิ่งที่คนไม่รู้คือจริงๆ แล้ว AG2R มีสัญญากับแบรนด์ Factor สปอนเซอร์จักรยานเมื่อฤดูกาล 2018 ต่ออีกสองปี แต่ด้วยเหตุผลทางการเงินจากทาง Factor ทำให้ทั้งทีม AG2R และ Factor ตกลงฉีกสัญญาร่วมกัน ยุติการสนับสนุนทีมตอนสิ้นปี 2018 นั่นหมายความว่า AG2R ต้องหาผู้สนับสนุนรถใหม่ให้ทันก่อนฤดูกาล 2019

ด้วยที่เป็นกีฬาเทคนิคัล อุปกรณ์เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทีมจักรยาน ทีม AG2R เซ็นสัญญาใหม่กับ Eddy Merckx ในเดือนตุลาคม 2018 และมีเวลาดทสอบรถแค่ช่วงเก็บตัวซ้อมตอนปลายปีเท่านั้น ทีมเซ็นสัญญากับ Merckx 2 ปีแต่มีข้อแม้ว่า Merckx ต้องทำจักรยานที่ “ดีพอ” ต่อความคาดหวังของทีมด้วย

ตอนที่ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์ร็อบ จิเทลิสเจ้าของแบรนด์จักรยาน Factor ในงานเปิดตัว Factor One ในประเทศไทยช่วงกลางปี 2018 ร็อบเล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจว่า โรมัน บาเดต์ เอซของทีม AG2R เป็นคนติดต่อมาทาง Factor เองว่าอยากจะได้จักรยานของ Factor ให้ทีมใช้ เพราะเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของรถ นั่นแสดงว่าทีม AG2R เองก็แคร์ต่อประสิทธิภาพจักรยานที่ทีมใช้ไม่น้อยถึงต้องมีข้อแม้ในสัญญากับ Merckx อย่างที่กล่าว

จักรยาน Eddy Merckx ปัจจุบันไม่ได้เป็นของอดีตนักปั่นในตำนานที่ชื่อเอ็ดดี้ เมิร์กซ์ จริงว่าเมิร์กซ์เป็นคนก่อตั้งแบรนด์ แต่ได้ขายกิจการต่อให้บริษัท Belgian Cycling Factory (BCF) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์จักรยาน Ridley จากเบลเยียมด้วย

 

โรมัน บาเดต์แข่งด้วยเฟรม Ridley Helium SLX

Photo: AG2R Fanpage

แต่ดีลระหว่างทีม AG2R กับ Merckx  ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ทีมต้องการ วินเซนต์ เลเวนิว ผู้จัดการทีม AG2R ให้สัมภาษณ์ L’Equipe ว่า เฟรม Eddy Merckx EM525 (ในภาพข้างบนนี้) ซึ่งเป็นเฟรมเสือหมอบเรือธงของแบรนด์ “ไม่สติฟฟ์พอสำหรับนักปั่นหลายๆ คนในทีม” และนักปั่นร้องขอให้แบรนด์รีบปรับปรุงก่อนจะเริ่มฤดูกาลแข่ง 2019

แน่นอนว่าทาง BCF เจ้าของแบรนด์​ Merckx ก็ร้อนใจ แต่ด้วยระยะเวลาแค่ 3 เดือนมันไม่พอที่จะผลิตจักรยานใหม่ให้ทีมที่มีนักกีฬาร่วม 30 คนแน่ๆ การสร้างจักรยานรุ่นใหม่แต่ละคันใช้เวลาร่วม 2-3 ปี

วิธีแก้ของ BCF ก็คือไปเอาเฟรมตัวท็อปจากแบรนด์ในเครือของตัวเอง นั่นก็คือ Ridley ในรุ่น Helium SLX มาทำสีดำและติดโลโก้ Eddy Merckx ลงไป ใช่แล้วมันคือเฟรมรุ่นเดียวกับที่ทีมคู่แข่ง Lotto-Soudal ใช้ลงสนาม ตามรูปข้างล่างนี้

และนี่คือ Ridley Helium SLX  ที่ทีม AG2R ใช้ภายใต้ชื่อ Eddy Merckx

แต่จากที่เราเห็นในภาพข้างต้น รูปทรงเฟรม Merckx 525 และ Helium SLX ต่างกันโดยสิ้นเชิง เฟรม Merckx มีส่วนโค้งเว้า ในขณะที่เฟรม Ridley นั้นเป็นรถทรง traditional เป็นท่อกลมตรงๆ แบบคลาสสิค จนเป็นที่มาของคำถามมากมายในเว็บบอร์ดในอินเตอร์เน็ตว่าจริงๆ แล้วทีม AG2R ขี่รถอะไรอยู่กันแน่?

 

เมื่อชุดขับเราเข้ากันไม่ได้

สถานการณ์เฟรมก็คงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ กลางเดือนกุมภาพันธ์ Eddy Merckx “เปิดตัว”​ เฟรมรุ่นใหม่ในชื่อ “Stockeu 69” อย่างเงียบๆ

Eddy Merckx Stockeu69

แต่อย่างที่เราเห็น เฟรม Stockeu69 มันก็คือเฟรม Ridley Helium SLX  นั่นเอง เข้าใจได้ว่า “การเปิดตัว” ครั้งนี้ก็เผื่อทำให้แบรนด์ Merckx ไม่เสียหน้า และอย่างน้อยก็มีข้ออ้างที่บอกได้ว่าจริงๆ แล้วจักรยาน “ใหม่”​ ที่ทีมขี่อยู่ก็เป็นรถของแบรนด์ Merckx นะ! ไม่ใช่เรื่องยากที่ Merckx จะหยิบเฟรมของ Ridley มาใช้อย่างเป็นทางการ เพราะจริงๆ แล้วก็มีเจ้าของเดียวกัน

แต่ปัญหาไม่ได้จบแค่นั้น สปอนเซอร์หลักของทีมนอกจาก Eddy Merckx แล้วก็มี Mavic (ล้อ), Look (บันได) และ Elite (ขากระติกน้ำ) ส่วนอุปกรณ์ที่เหลือเช่นกรุ๊ปเซ็ตนั้นทาง BCF สปอนเซอร์จักรยานของทีมต้องเป็นคนจ่าย ตามข้อสัญญา

BCF ซึ่งเป็นสปอนเซอร์จักรยาน Ridley ให้ทีม Lotto-Soudal อยู่แล้วมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ Campagnolo เพราะ Campy เป็นผู้สนับสนุนทีม Lotto-Soudal ต่อเนื่องมานานหลายปี ก็เลยไปขอสปอนเซอร์ Campy ให้กับทีม AG2R

แต่เป็นดีลที่ไม่สำเร็จครับ เพราะ Campagnolo หมดโควต้าสนับสนุนทีมแล้ว ปัจจุบัน Campagnolo สนับสนุนอยู่สามทีมเท่านั้นในระดับ UCI WorldTour นั่นคือ Lotto-Soudal, Movistar และ UAE

ทาง BCF เลยต้องซื้อกรุ๊ปเซ็ตให้ทีม AG2R ด้วยเงินตัวเอง เหตุผลที่ BCF เลือก Campy ให้ AG2R ถึงจะต้องซื้อเองก็คงเพราะได้ดีลพิเศษจากที่สนิทกัน (แทนที่จะไปขอซื้อ Shimano หรือ SRAM เป็นต้น)

ชุดขับ Campagnolo, ชุดจาน Rotor และโซ่ KMC ที่เข้ากันไม่ได้

อย่างไรก็ดี AG2R ไม่ได้ใช้กรุ๊ปเซ็ตไฟฟ้า Campagnolo Super Record EPS 12 speed เหมือนที่ทีมอื่นๆ ใช้กัน นั่นก็เพราะ BCF มีงบจำกัด จึงซื้อได้แค่ Super Record EPS 11 Speed แต่ไม่ได้ซื้่อเต็มทั้งชุดนะครับ ด้วยงบที่จำกัด BCF เลือกใช้ชุดจาน Rotor และโซ่ KMC ซึ่งราคารวมกันแล้วถูกกว่าการใช้ชุดจานของ Campagnolo ทั้งหมดนี้มาจากการรายงานของ L’Equipe

กรุ๊ปเซ็ต Campagnolo ทำงานได้สมบูรณ์แบบ อย่างที่เราเห็นว่าทีม Movistar และ Lotto-Soudal ไม่เคยมีปัญหาเรื่องอุปกรณ์​ แต่มันทำงานได้สมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อ ใช้กับอะไหล่ของ Campagnolo ทั้งหมดเท่านั้น

Campagnolo ไม่เข้ากับชุดจาน Rotor และใบ Q Ring

ปัญหาที่ช่างทีม AG2R เจอก็คือชุดจาน Rotor, โซ่ KMC และชุดเกียร์ Campagnolo ไม่เข้ากัน เปลี่ยนเกียร์มีปัญหา และโซ่ตกบ่อยครั้ง จนผู้จัดการทีมตัดสินใจว่า นักกีฬาไม่ควรจะต้องเจอปัญหานี้อีกแล้ว เพราะมันมีผลต่อการแข่งขัน

ทีมตัดสินใจซื้อกรุ๊ปเซ็ต Shimano ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่วายเจอปัญหาอีก จากที่โรงงานหลัก Shimano ไฟใหม้ ทำให้ผลิตชุดขับรุ่นท็อป Shimano Dura-Ace Di2 9170 ไม่ทัน ช่วงต้นปีนักปั่นหลายๆ คนจึงต้องใช้แค่กรุ๊ปเซ็ตตัวรอง Shimano Ultegra Di2 สำรองไปก่อน

 

แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนที่เฟรมใหม่จาก Merckx จะมาถึง

จนถึงวันนี้ ทีม AG2R พอใจกับเฟรม Eddy Merckx “Stockeu69” (Ridley Helium SLX) และชุดขับ Shimano กับชุดจาน Rotor แต่ทาง Eddy Merckx ก็ไม่ได้ทำให้ทีมต้องเสียความเชื่อมั่น L’Equipe รายงานว่าทางแบรนด์กำลังพัฒนาเฟรม Eddy Merckx EM525 รุ่นใหม่ที่สติฟฟ์กว่าเดิมให้ทีมใช้ภายในเดือนมีนาคมนี้

ผู้จัดการทีมเองก็บอกว่า “เราไม่เคยสงสัยเลยว่า Eddy Merckx จะผลิตเฟรมที่ดีพอต่อความต้องการนักปั่นเราไม่ได้ ทาง BCF พยายามช่วยเหลือเรานะครับ พวกเขาเป็นมืออาชีพ ล่าสุดก็พานักปั่นเราไปทดสอบท่าปั่นในอุโมงค์ลม (BCF เป็นเจ้าของอุโมงค์ลมด้วย) จนได้ท่าปั่นที่เหมาะสมสำหรับรถไทม์ไทรอัล (ซึ่งก็คือ Ridley DEAN Fast เพราะ Merckx ไม่มีรถ Time Trial ในแคตาล็อก) และช่วยทำชุดแอโรบาร์พิเศษให้โรมัน บาเดต์ด้วย”

Ridley DEAN Fast

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ปัญหาสุดท้ายอยู่ดี ทีม AG2R มีสัญญากับยาง Vredestein แต่ทีมซื้อยาง Continental ใช้แข่ง! เพราะนักแข่งทีมบอกว่ายาง Vredestein ไม่เกาะถนนเวลาถนนเปียกหรือฝนตก ซึ่งทาง Vredestein ก็กำลังผลิตยางรุ่นใหม่ให้ทันก่อนสิ้นเดือนมีนาคมนี้

ยาง Vredestein

ดราม่านี้ฟังดูแล้วก็น่าปวดหัวสำหรับทีมทีเดียว เพราะในการแข่งขันระดับสูงสุด นักแข่งและผู้จัดการเองควรจะไม่ต้องกังวลกับปัญหาหยุมหยิมพวกนี้ เพราะอุปกรณ์ควรจะไว้ใจได้ 100% ในทุกสถานการณ์

แต่ในอีกมุมหนึ่งการที่ทีมไม่ได้มีงบทำทีมมากมายนัก ก็เป็นข้อจำกัดที่มีผลต่อประสิทธิภาพการแข่งขันของทีมอย่างที่เราเห็นกันครับ ทีมไม่สามารถเลือกซื้อกรุ๊ปเซ็ต เช่น Campy 100% หรือ Shimano 100% โดยไม่ต้องผสมกับชิ้นส่วนจากค่ายอื่นๆ ที่อาจจะไม่เข้ากัน

เรื่องประสิทธิภาพเฟรมจักรยานคงไม่ใช่ปัญหา เพราะยังไง BCF ก็เป็นเจ้าของทั้ง Ridley และ Merckx คงไม่ใช่เรื่องยากที่ส่งถ่ายเทคโนโลยีให้กันและกัน แต่ก็หวังว่ามันจะเป็นปัญหาสุดท้ายที่ทีม AG2R จะต้องเจอในฤดูกาลนี้ครับ //