GCN x DT: มาฝึกการใช้เบรคอย่างโปรกันเถอะ!

ในบรรดาทักษะการปั่นเสือหมอบ การใช้เบรคให้คล่องน่าจะเป็นหนึ่งในทักษะที่หัดได้ยากที่สุด แต่ก็สำคัญที่สุดสำหรับนักปั่นครับ คนที่เบรคเก่งนั้นไม่ใช่แค่จะหยุดจักรยานได้รวดเร็วปลอดภัย แต่มันทำให้เขาปั่นไวขึ้นด้วย เพราะเขาสามารถกะเวลาเบรคได้แม่นยำ ไม่จำเป็นต้องชะลอนานๆ ก่อนเข้าโค้ง หรือทางลงเขา และยังช่วยให้มั่นใจขึ้นเวลาปั่นในกลุ่ม

แล้วเราจะหัดเบรคยังไงให้คล่อง? ช่อง Global Cycling Network มีวิดีโอมาสอนกันอีกแล้ว DT ก็ไม่รอช้าหยิบมาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยครับ มาดูกันว่าฝึกยังไงบ้าง

 

1. เบรคในโค้งScreen Shot 2558-05-01 at 10.27.52 AM

ปกติเรามักจะถูกสอนไม่ให้กดเบรคระหว่างเข้าโค้ง เพราะจะทำให้ล้อล็อคแล้วล้มลื่นไถล บาดเจ็บได้ง่าย คนมีประสบการณ์มักจะสอนให้เราผ่อนความเร็วจนเข้าโคงได้อย่างปลอดภัย จะได้ไม่ต้องกำเบรคระหว่างโค้ง แต่เชื่อเหอะครับ ผมว่าแทบทุกคนต้องกดเบรคในโค้งแน่นอน ในวิดีโอ ไซมอนแนะนำให้ลองหัดเบรคในโค้ง คือเบรคก่อนที่จะถึงยอดโค้ง (Apex) หรือจังหวะก่อนที่เราจะหักเลี้ยว (ซึ่งมันจะทำให้ล้อไม่ล็อคไถล)

เทคนิคนี้จะเรียกว่าเป็นการเบรคเลต ก็ได้ คือเข้าไปใกล้ๆ จังหวะเลี้ยวแล้วค่อยเบรค ข้อดีคือมันทำให้เราเข้าโค้งได้เร็วมากถ้าคุณทำได้ถูกจังหวะ แต่ข้อเสียคือถ้ายังไม่เซียน ก็เสี่ยงหลุดโค้งเหมือนกัน แนะนำให้ลองทำที่ความเร็วต่ำๆ ก่อนจนจับจังหวะได้ถูก

ในกรณีที่คิดว่าเบรคช้าเกิน เริ่มเลี้ยวโค้งไปแล้ว วิธีการเซฟไม่ให้หลุดโค้งก็คือให้ยกตัวขึ้น ทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังเล็กน้อย ตั้งล้อให้ตรง (ช่วยให้รถหยุดได้เร็วขึ้น) แล้วค่อยหักเลี้ยวเข้าโค้ง ถ้าต้องเข้าโค้งกว้างหน่อยก็ไม่เป็นไร ดีกว่าล้ม

 

2. เทคนิคการเบรคระหว่างแข่ง

ข้อเสียของการอยู่หลังกลุ่มระหว่างแข่งก็คือ เวลาที่ด้านหน้าเขาต้องเบรคเพื่อเข้าโค้ง หรือลงเขา คนที่อยู่ด้านหลังต้องเบรคหนักกว่า เพื่อรอให้กลุ่มข้างหน้าพ้นโค้งไปก่อน จนแทบจะต้องหยุดรถถ้ากลุ่มใหญ่มาก ขณะเดียวกันนักปั่นที่อยู่ด้านหน้านั้นไม่จำเป็นต้องชะลอความเร็วมาก ทำให้ไม่เสียโมเมนตั้ม และไม่เปลืองแรงต้องเร่งปั่นหลังหยุด (acclerate) เหมือนคนที่อยู่ข้างหลัง ถ้าเจอคอร์สที่เข้าโค้งบ่อยๆ กับกลุ่ม รับรองว่าข้างหลังเปลืองแรงกกว่าคนอยู่ข้างหน้าแน่นอน

Screen Shot 2558-05-01 at 10.12.46 AM
คนที่อยู่หลังกลุ่มต้องเสียแรงเบรคจนรถเกือบหยุด เพื่อรอให้คันข้างหน้าหลุดโค้งไปก่อน แล้วต้องออกแรงเร่งอีกครั้ง ไม่คุ้ม!

วิธีการแก้ปัญหาการเสียโมเมนตั้มอย่างง่ายๆ ก็คือ ถ้าเราจำเป็นต้องอยู่ข้างหลัง ให้ชะลอความเร็วก่อนที่กลุ่มหน้าจะชะลอ เปิดระยะห่าง (gap) ระหว่างคันข้างหน้ากับตัวเราเล็กน้อย วิธีนี้ทำให้เราไม่ต้องเบรคจนรถเกือบหยุด สามารถรักษาความเร็วได้ระดับหนึ่ง แล้วพอจังหวะจะออกโค้งเราก็แค่เร่งขึ้นไปต่อคันข้างหน้า ไม่เสียจังหวะมาก

 

3. ใช้ร่างกายชะลอความเร็ว

Parachute
Parachute!

DT เคยเขียนบทความเรื่องแอโรไดนามิกไปหลายที คนอ่านประจำน่าจะรู้ว่า ปัจจัยที่มีผลต่อแรงต้านลมที่สุด (กว่า 80%) ก็คือตัวคนปั่น ในเวลาที่คุณปั่นด้วยความเร็วสูง เช่นเวลาลงเขา ยิ่งท่าปั่นมุดลมเท่าไร ยิ่งไปได้เร็วเท่านั้น เพราะมีแรงต้านลมต่ำ ในมุมกลับ ถ้าเราต้องการเบรคขณะที่กำลังดิ่งลงเขา การยืดตัวขึ้น (เหมือนในรูป) เพื่อให้ลำตัวทำงานเป็นเหมือนร่มชูชีพดักอากาษจะช่วยลดความเร็วได้ทันใจ ช่วยเบรคมือเราได้อีกแรงนึงเมื่อต้องการหยุดรถไวๆ แถมยังทำให้คุมรถได้นิ่งขึ้นด้วย

 

4. ตั้งเบรคให้พร้อม

SRAM Electronic 2

a. เรื่องอุปกรณ์การเบรคก็สำคัญ อย่างแรกที่ GCN แนะนำคือเช็คว่าคุณสามารถเบรคได้ด้วยนิ้วมือเดียวหรือเปล่า? อย่าให้สายเบรคเก่าจนเป็นสนิม กำเบรคแล้วเกิดความรู้สึกฝืด ซึ่งมันจะทำให้เราเบรคได้ไม่เต็มที่ และเสียแรงกำเบรคมากกว่าเดิม

b. ผ้าเบรค: คอยดูสภาพผ้าเบรค หมั่นเช็ดทำความสะอาดบ้างอย่าให้ฝุ่นโคลนเข้าไปจับ ซึ่งนอกจากจะขูดขอลล้อคุณจนเป็นรอยแล้วยังทำให้เบรคได้แย่ลงด้วย

 

5. อย่าเบรค!

Screen Shot 2558-05-01 at 10.21.42 AM

ข้อนี้อาจจะย้อนแย้งกับหัวข้อโพสต์สักหน่อย แต่ก็เป็นเทคนิคที่ใช้ได้เหมือนกันครับ มือใหม่หลายคนยังกะความเร็วกลุ่มไม่ค่อยเป็น ก็มักจะปั่นไปจี้ๆ คันข้างหน้าแล้ว ต้องคอยเบรคเพื่อชะลอความเร็วให้ทันกลุ่ม ซึ่งมันเปลืองทั้งผ้าเบรค เปลืองแรง และอันตราย ต่อทั้งคันข้างหน้าและคันข้างหลัง ทำให้กลุ่มเสียจังหวะ

หัดอ่านความเร็วกลุ่ม แล้วกะแรงให้พอดี ถ้ากลุ่มมีประสบการณ์คุณแทบไม่ต้องจับเบรคเลย แค่คอยดูสถานการณ์ ดูทาง (มองไปข้างหน้า อย่ามองแต่ล้อ!) ก็จะพอรู้แล้วว่าต้องชะลอตรงไหน ฟรีขา แทนการเบรค (แต่ก็อย่าฟรีจนคันหลังรำคาญและเสียจังหวะ เลี้ยงความเร็วให้คงที่เท่ากลุ่มดีที่สุดครับ) อย่างนี้จะเซฟทั้งแรงและทำให้กลุ่มปลอดภัยปั่นไปในจังหวะเดียวกันได้ราบรื่นด้วย