เปิดตัว: Zipp 454 NSW

ในชั่วโมงที่เราคิดว่าผู้ผลิตล้อแอโรเริ่มมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว Zipp ผู้นำวงการก็เซอร์ไพรส์นักปั่นกันอีกครั้งด้วยการเปิดตัวล้อคาร์บอนขอบสูง 454 NSW กับรูปทรงขอบล้อแบบคลื่นและ Zipp อ้างว่านี่คือล้อแอโรที่เร็วที่สุดที่บริษัทผลิต

แรงบันดาลใจจากวาฬหลังค่อม

การจะออกแบบล้อคาร์บอนให้ลู่ลมและมั่นคงจากลมปะทะด้านข้างมากกว่าเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีล้อขอบสูงเริ่มถึงจุดอิ่มตัว ดีไซน์เริ่มเหมือนกันไปหมดทุกค่ายและประสิทธิภาพล้อแต่ละยี่ห้อในระดับความสูงใกล้เคียงกันนั้นก็ต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

วิศวกร Zipp เลยเริ่มมองหาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ มองไปที่การเคลื่อนไหวของสัตว์ทะเลอย่างวาฬหลังค่อมและปลาฉลาม ที่สามารถเคลื่อนตัวในน้ำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (หลักการลดแรงต้านหรือ drag ในน้ำและอากาศนั้นไม่ต่างกันมาก) แบบเดียวกับที่ผู้ออกแบบรถไฟชิงกันเซ็งของญี่ปุ่นออกแบบส่วนหน้าของรถไฟตามทรงจะงอยปากนกกระเต็น

!!!
!!!

Zipp ใช้แนวคิดการทำงานของครีบอกของวาฬหลังค่อม (pectoral fin) และผิวหนังของปลาฉลามที่ลื่นไหลแหวกสายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมาสร้างเป็นนวัติกรรมใหม่ 3 อย่างในล้อ 454 NSW

 

Biomimicry Design

Sawtooth Rim Profile: ขอบล้อใหม่ของ Zipp เป็นทรงคลื่นความสูงต่ำเหลื่อมกันตลอดวงล้อ ที่จุดต่ำสุดสูง 53mm และจุดสูงสุดในขอบล้อที่ 58mm ซึ่ง Zipp อ้างว่าไหลกว่าเดิมและลดแรงปะทะลมต้านในเวลาเดียวกัน เป็นอะไรที่ล้อขอบสูงดีไซน์ทรงกลมธรรมดาทำไม่ได้ เพราะยิ่งขอบล้อสูง เวลาเจอลมข้างก็ยิ่งเซง่าย
Sawtooth Rim Profile: ขอบล้อใหม่ของ Zipp เป็นทรงคลื่นความสูงต่ำเหลื่อมกันตลอดวงล้อ ที่จุดต่ำสุดสูง 53mm และจุดสูงสุดในขอบล้อที่ 58mm ซึ่ง Zipp อ้างว่าไหลกว่าเดิมและลดแรงปะทะลมต้านในเวลาเดียวกัน เป็นอะไรที่ล้อขอบสูงดีไซน์ทรงกลมธรรมดาทำไม่ได้ เพราะยิ่งขอบล้อสูง เวลาเจอลมข้างก็ยิ่งเซง่าย
Hyperfoil: นวัตกรรมอย่างที่สองคือการยกความนูนของเส้นบนขอบล้อที่ Zipp อ้างว่าช่วยลดแรงปะทะลมต้านได้ดีกว่าเดิม
Hyperfoil: นวัตกรรมอย่างที่สองคือการยกความนูนของเส้นบนขอบล้อที่ Zipp อ้างว่าช่วยลดแรงปะทะลมต้านได้ดีกว่าเดิม เป็นแนวคิดเดียวกับเส้นนูนบนครีบอกวาฬหลังค่อม ซึ่งเส้นนูนตรงนี้ช่วยให้กระแสน้ำลู่ไปกับครีบโดย flow ของน้ำไม่แยกตัวออกจากครีบปลา ทำให้ปลาขยับตัวในน้ำได้คล่องแคล่วกว่าครีบแบนๆ ที่เวลากระแสน้ำไหลผ่านจะเกิดคลื่นแปรปรวน (tubulence) ที่ทำให้เกิด drag ในที่สุด  เป็นคอนเซปต์เดียวที่ใช้กับปีกเครื่องบินนั่นเอง
015p_wh_454_nsw_cc_v1_700sr_11s_detail_hexfin
Hexfin ABLC Dimple: Zipp เปลี่ยนผิวหลุมลูกกอล์ฟจากทรงกลมเป็นทรงหกเหลี่ยม ซึ่งจะช่วยให้กระแสลมเกาะติดขอบล้อ ไม่กระจายแตกตัวจนเกิดกระแสลมแปรปรวน (tubulence) ซึ่งนำไปสู่ลมต้าน drag และทำให้ผู้ปั่นขี่ได้ช้าลงในที่สุด

ทั้งหมดนี้ Zipp อ้างว่า ที่มุมลมปะทะ 0 องศา (หน้าตรง) จะประหยัดวัตต์กว่าล้อ Zipp 404 NSW ประมาณ 2 วัตต์ แต่ถ้าเจอลมข้างจะประหยัดกว่า 404 ประมาณ 5 วัตต์ โดยรวมแล้ว 454 NSW อาจจะประหยัดวัตต์กว่าล้อขอบสูงธรรมดาไม่มากนัก แต่ Zipp ยืนยันว่าล้อนิ่งและมั่นคงเวลาเจอล้มข้างกว่าคู่แข่งมากถึง 15%

 

สเป็ค ราคา วันวางจำหน่าย

018p_wh_454_nsw_cc_v1700f700sr_11s_pair

สเป็คอื่นๆ ยังคงเหมือนล้อตระกูล NSW ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ใช้ซี่ Sapim CX Ray หน้า 18 หลัง 24 ซี่, ดุม Cognition, ขอบเบรค ShowStopper ที่มีส่วนผสมของซิลิคอนคาร์ไบด์ที่ Zipp อ้างว่าให้ประสิทธิภาพเบรคดีที่สุดในบรรดาล้อคาร์บอนทั้งหมดในตลาด

น้ำหนักล้อ Zipp 454 NSW อยู่ที่ 1,525 กรัม (ล้อหน้า 690g ล้อหลัง 835g) ความกว้างขอบล้อด้านในที่ 17mm และด้านนอกกว้างสุดที่ 27.8mm

ล้อมากับแกนปลดไทเทเนียม, Silca Valve Extender, ผ้าเบรค Zipp Tangente Platinum Pro, ยางใน Zipp Tange สองเส้น และถุงล้อ

สนนราคาที่ 4,000 USD หรือประมาณ 140,000 บาท เป็นล้อ Zipp ที่ราคาสูงที่สุด และขึ้นไปแตะราคาระดับเดียวกับล้อ Lightweight และล้อฟูลคาร์บอนอย่าง Reynolds RZR

Zipp อ้างว่าขอบล้อแต่ละข้างของ 454 NSW ต้องใช้เวลาผลิตอย่างน้อย 12 ชั่วโมง นั่นคือที่มาของราคาที่สูงกว่า NSW ธรรมดานั่นเองครับ

Zipp ยังไม่กำหนดวันวางจำหน่าย

Via: Zipp.com

 

GCN Firstlook

By เทียนไท สังขพันธานนท์

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Leave a comment

Your email address will not be published.